เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกตรวจค้นผู้ประกอบการในระยอง พบซอฟต์แวร์ไม่มีไลเซ้นต์ ในคอมพิวเตอร์ 114 เครื่อง

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้รับแจ้งว่ามีการใช้ซอฟต์แวร์โดยไม่มีไลเซ้นต์ในโรงงานผลิตโลหะที่มีมูลค่าทางธุรกิจสูงถึง 4,000 ล้านบาท ในจังหวัดระยอง โดยโรงงานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในระบบซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจพบคอมพิวเตอร์จำนวน 114 เครื่องที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ที่ไม่มีไลเซ้นต์ของออโตเดสก์ ไมโครซอฟท์ และไทยซอฟต์แวร์เอ็นเตอร์ไพรส์ ซอฟต์แวร์ดังกล่าวถูกใช้งานในทุกฝ่ายของโรงงาน ได้แก่ ฝ่ายบริหาร ทรัพยากรบุคคล และการเงิน ผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงงานแห่งนี้คือชาวญี่ปุ่น ถือ 90 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อีก 10 เปอร์เซ็นต์ เป็นของผู้ถือหุ้นชาวไทย คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในคดีจับกุมซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นการใช้ซอฟต์แวร์ไม่มีไลเซ้นต์ในการดำเนินธุรกิจ 21 ครั้งในเดือนพฤษภาคม พบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ติดตั้งซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายรวมทั้งหมด 260 เครื่อง ซอฟต์แวร์บางตัวมีมูลค่าเชิงพาณิชย์มากกว่า 100,000 บาท ถึงแม้ซอฟต์แวร์พจนานุกรมที่ผลิตโดย บริษัท ไทยซอฟต์แวร์เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด จะมีราคาจำหน่ายประมาณ 300 บาท แต่ก็เป็นหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในประเทศไทย

 

องค์กรธุรกิจอีกหลายแห่งที่ถูกเข้าตรวจค้นและจับกุมในข้อหาใช้ซอฟต์แวร์ไม่มีไลเซ้นต์ในเดือนพฤษภาคม ได้แก่ องค์กรที่ทำธุรกิจด้านการวิจัย ขายสินค้า ออกแบบ ผลิตสินค้า ก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ ขนส่ง วิศวกรรม และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ องค์กรธุรกิจที่เป็นโรงงานผลิตเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ถูกเข้าตรวจค้นและจับกุมมากที่สุดในเดือนพฤษภาคม พร้อมโรงงานผลิตเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับแสงสว่าง เฟอร์นิเจอร์ อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และผลิตภัณฑ์ยาง

 

ในช่วงห้าเดือนแรกของปีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บุกตรวจค้นและจับกุมองค์กรธุรกิจเกือบ 100 แห่ง พร้อมเครื่องคอมพิวเตอร์ 987 เครื่อง ที่มีซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย

 

“การใช้ซอฟต์แวร์ผิดฎหมายเพื่อดำเนินธุรกิจ ไม่เพียงแต่ละเมิดพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 แต่ยังก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อระบบความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์” พ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการและโฆษก บก.ปอศ. กล่าว

 

“เรารู้ว่าซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายทำให้เกิดช่องโหว่สำหรับการจู่โจมเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และฐานข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต การฉ้อโกงทางการเงิน การขโมยข้อมูล และการทำลายระบบความปลอดภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ และเราเชื่อว่าเครือข่ายองค์กรอาชญกรรมข้ามชาติมีส่วนเชื่อมโยงกับการแจกจ่ายซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายสำหรับใช้งานฟรี เพื่อเปิดช่องทางให้เข้ามาขโมยข้อมูล สำหรับประเทศไทย เราต้องลดและป้องกันไม่ให้มีการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายและไม่มีไลเซ้นต์ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่ปลอดภัย”

 

ภายใต้พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ผู้ที่กระทำความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จะมีโทษจำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ที่แจ้งเบาะแสการใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์และไม่มีไลเซ้นต์ผ่านทางสายด่วนที่ 02-714-1010 หรือรายงานทางออนไลน์จะได้รับเงินรางวัลสูงสุด 250,000 บาท โดยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะถูกปิดไว้เป็นความลับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ www.stop.in.th