เมื่อถูกเตือนเรื่อง ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์จะต้องทำอย่างไร "ใช้โอเพนซอร์ส OpenSource เลยดีไหม"

สัปดาห์นี้จะเขียนเรื่องการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วเขารู้ได้อย่างไร ทำอย่างไร เมื่อได้รับจดหมาย และการเข้ามาตรวจนั้นทำกันอย่างไร...

การปราบปรามการกระทำผิดเรื่องของซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ ที่มีขึ้นมาโดยตลอดระยะเวลาหลายปีมานี้ ก็เพราะเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีอยู่สูงมาก และ รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำหน้าที่ เพื่อลดจำนวนเปอร์เซ็นต์การละเมิดลิขสิทธิ์ลงให้ได้ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังมีอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์อยู่ ที่ 69%

ข้อมูลจากจาก BSA (ฺBusiness Software ) บริษัทซอฟต์แวร์ต่างๆ ได้แต่งตั้ง BSA ให้เป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้ซึ่ง BSA เข้ามาในประเทศไทยก็สิบกว่าปีได้ข้อความต่อไปนี้ นำมาจาก เว็บไซต์ของ BSA กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ (บีเอสเอ) เป็นสมาคมเพื่อการค้าที่ไม่หวังผลกำไร จัดตั้งขึ้นเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และพันธมิตรด้านฮาร์ดแวร์ เป็นองค์กรระดับแนวหน้าที่ทุ่มเทเพื่อส่งเสริมโลกดิจิตัลที่ปลอดภัยและถูกกฎหมาย

บีเอสเอ มีสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตันดีซี ดำเนินงานในประเทศต่างๆ กว่า 80 แห่ง และมีเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน 11 แห่งทั่วโลก: บรัสเซลส์ ลอนดอน มิวนิค ปักกิ่ง เดลี จาการ์ตา กัวลาลัมเปอร์ ไทเป โตเกียว สิงคโปร์ และเซาเปาโล

 

สมาชิกของ บีเอสเอ ความเข้าใจเรื่องลิขสิทธิ์ การติดตั้งซอฟต์แวร์ที่สำคัญคือใบอนุญาตไม่ใช่ว่า copy แผ่นที่ติดตั้งมาจากกล่องที่ซื้อมาถูกต้องเพราะเงื่อนไขการใช้งานเท่านั้น ที่สำคัญ เราซื้อมาหนึ่งกล่องก็ใช้ได้แค่หนึ่งเครื่องหรือมีใบกำกับบอกว่าใช้ได้ 5 เครื่องก็ต้อง 5 เครื่อง ดังนั้นการใช้งานจะขึ้นอยู่กับเงื่อนไขเป็นสำคัญ

 

เขารู้ได้อย่างไรว่าเราใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ หลายคนสงสัยว่ารู้ได้อย่างไรว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ ก็เพราะว่าเมื่อทำการติดตั้งซอฟต์แวร์ลงไปโดยปกติจะต้องมีการใส่ ไลเซ็นซ์คีย์ ซึ่ง Key นี้จะออกมาโดยที่ไม่ซ้ำกันและ Key เหล่านี้จะออกโดยบริษัทผู้ผลิตดังนั้น ซอฟต์แวร์เหล่านี้จะมีการรายงานกลับไปที่ต้นทางว่า Key ใดถูกใช้ไปบ้าง ดังนั้นพวก Key gen ทั้งหลายที่ได้มาจะมี Key ที่ไม่ถูกต้อง

 

กรรมวิธีที่สอง คือ การใช้ ไบนารี่ไฟล์ไปทับไฟล์เดิมเมื่อตอนติดตั้ง เพื่อจะได้ใช้งานได้โดยที่ไม่มีวันหมดอายุ ไฟล์ต่างๆ เหล่านี้จะมีการแทรกโปรแกรมบางอย่างเพื่อส่งข้อมูลกลับไปให้ผู้ที่ทำไฟล์แก้ไขการหมดอายุ เขาก็จะได้ข้อมูลส่วนตัวไปด้วย และเปิดช่องให้ไวรัสตามกลับเข้ามาทำลายซอฟต์แวร์ต่างๆ ในเครื่องเพื่อลบร่อยรอยการโจรกรรมต่างๆ

 

กรณีที่สาม ข้อมูลการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ กับจำนวนการซื้อซอฟต์แวร์ที่ไม่สอดคล้องกันกับความเป็นจริง จะเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งในการประเมินการละเมิดลิขสิทธิ์ กรณีที่สี่ การที่พนักงานเก่าที่ถูกไล่ออกหรือให้ออกจากบริษัท หรือ บริษัทคู่แข่งขัน แจ้งหรือรายงานให้มีการตรวจสอบและได้รับรางวัลนำจับ เพราะการที่ต้นทุนของผู้ที่ใช้ซอฟต์แวร์ถูกต้อง จะมีมูลค่าสูงกว่าบริษัทที่ใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ บริษัทคู่แข่งขัน จะมองว่าเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม รางวัลนำจับ 100 เครื่อง 1,000,000 บาท

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบทำคดีนี้ ดังนั้นการเข้ามาจับกุมหรือตรวจค้น จะต้องเป็นตำรวจ บก.ปอศ. เท่านั้น จะไม่ใช่เรื่องของตำรวจท้องที่แต่อย่างใด ทุกครั้ง BSA จะมาพร้อมกับตำรวจ บก.ปอศ และหมายศาล

 

ทำให้ถูกต้องทำอย่างไร เมื่อได้รับจดหมายเตือน...

โดยมากจะมีให้กรอกรายงานกลับไปว่ามีคอมพิวเตอร์กี่เครื่องใช้ซอฟต์แวร์อะไรในการทำธุรกิจบ้างเป็นจำนวนเท่าไหร่ และต้องเป็น จดหมายเตือนจาก BSA เท่านั้น ถ้าซื้อลิขสิทธิ์ถูกต้อง BSA จะไม่มีการถามถึง KEY และให้รายงานเลข ดังนั้น หากได้รับจดหมาย ให้ตั้งข้อสงสัยเอาไว้ก่อนว่าไม่ใช่ BSA จากนั้นเขาถึงจะเจรจาให้ชำระค่าใช้งานและอาจจะเป็นการซื้อในรูปแบบที่เหมาะสม หากไม่รายงานกลับไปอาจจะมีเจ้าหน้าที่โทรมาแบบนี้ก็มี และหากยังละเลยต่อการรายงานขั้นตอนต่อไปถึงจะมีหมายศาลเข้ามาตรวจค้นพร้อมกับตำรวจ บก ปอศ เท่านั้นไม่ใช่ ตำรวจท้องที่...

 

ไม่อยากซื้อซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ จะต้องทำอย่างไร...

ภายในองค์กร จะต้องสำรวจความต้องการของบุคลากรก่อนว่า ส่วนใดจำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ตัวใดบ้าง หากฟังก์ชั่นการใช้งานโดยทั่วไปไม่มากนัก และการหันมาใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส  OpenSource เพียงพอแล้ว ให้ทดลองลงโปรแกรมคู่กันกับซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ไปก่อน จากนั้น เมื่อทดลองใช้แล้ว เห็นว่า สามารถใช้งานเพียงพอกันการทำงาน ให้ถอดซอฟต์แวร์ที่ละเงิดลิขสิทธิ์ออก อาทิ LibreOffice ทดแทน Microsoft Office, GIMP ทดแทน Adobe Photoshop เป็นต้น ทั้งนี้และทั้งนั้น ผู้บริหารต้องจริงจัง และบุคลากรต้องเปิดใจ เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนและผลักดันให้มีการใช้โอเพนซอร์สในองค์กร...