BSA ระบุ 74% ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในไทย ยอมรับว่า "ใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน"

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2555 ที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ หรือบีเอสเอ (www.bsa.org) รายงานผลการศึกษาการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั่วโลกประจำปีพ.ศ. 2554 พบร้อยละ 74 ของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในประเทศไทยยอมรับว่าเคยซื้อซอฟต์แวร์เถื่อน ผู้ใช้บางรายยอมรับละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์อยู่เป็นประจำ ส่วนรายอื่นยอมรับว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นบางโอกาส หรือนานๆ ครั้ง อัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยอยู่ที่ร้อยละ 72 ในปีที่ผ่านมา เท่ากับเกือบสองในสามของซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้ดาวน์โหลดลงในพีซีเป็นซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือไม่มีไลเซ็นต์ มูลค่าความเสียหายเท่ากับ 26,000 ล้านบาท

“หากร้อยละ 74 ของลูกค้ายอมรับว่าพวกตนขโมยของจากร้านค้า แม้จะนานๆ ครั้ง ผู้มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบคงจะต้องมีมาตรการป้องกัน โดยการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเฝ้าตรวจตรา และเพิ่มบทลงโทษ สำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ เราต้องการมาตรการป้องกันแบบเดียวกัน รวมถึงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างบูรณาการ และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและเข้มงวด” นางสาววารุณี รัชตพัฒนากุล โฆษกของกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์กล่าว

“บีเอสเอ และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ได้รณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้ซอฟต์แวร์เห็นความสำคัญและประโยชน์ของซอฟต์แวร์ที่มีไลเซ็นต์ถูกต้องตามกฎหมายที่มีต่อผู้ใช้งานทุกระดับ และผลลัพธ์ของการคุ้มครองลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ที่มีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย เรายังเน้นไปที่การให้ความรู้เรื่องวิธีการลดการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ผู้ใช้ซอฟต์แวร์ย่อมต้องตระหนักและเข้าใจได้เป็นอย่างดีแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากที่ผู้ใช้ซอฟต์แวร์จะร่วมกันแสดงความรับผิดชอบ โดยเลือกใช้ซอฟต์แวร์ที่มีไลเซ็นต์ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น เพราะนั้นยังช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจให้ด้วย” นางสาววารุณี กล่าวเสริม

ร้อยละ 59 ของผู้ที่เข้าร่วมการสำรวจยอมรับว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ “ทุกครั้ง” “เป็นประจำ” หรือ “เป็นบางครั้ง” ในขณะที่ร้อยละ 14 ยอมรับว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ “นานๆ ครั้ง” ผลการศึกษายังพบว่าผู้ที่ยอมรับว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ในประเทศไทยมีอายุระหว่าง 18-44 ปี

“การละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บั่นทอนเศรษฐกิจโลก การคิดค้นนวัตกรรมด้านไอที ตลอดจนการสร้างงาน” ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหารระดับสูงของบีเอสเอ มร. โรเบิร์ต ฮอลลีแมน กล่าว

“รัฐบาลต้องพัฒนากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาให้ทันสมัย และเพิ่มความพยายามในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เข้าใจถึงผลกระทบที่จะตามมาอย่างแท้จริง”

การศึกษาทั่วโลกยังพบว่าอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ในตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้นสูงกว่าในตลาดที่มีอยู่เดิมแล้ว ร้อยละ 68 ถึง 24 หรือโดยเฉลี่ย และตลาดเกิดใหม่ยังมีมูลค่าความเสียหายในสัดส่วนที่มากกว่า สิ่งนี้ได้ช่วยให้เห็นพลวัตทางการตลาดที่อยู่เบื้องหลังอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั่วโลกที่ยังอยู่ที่ร้อยละ 24 ในปี 2554 ในขณะที่การขยายตัวของตลาดยังคงเป็นไปอย่างต่อเนื่องในประเทศที่กำลังพัฒนาทำให้มูลค่าความเสียหายสูงถึง 1.9 พันล้านบาท

ผลการศึกษาอื่นๆ ในเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั่วโลกมีดังต่อไปนี้ ทั่วโลกพบว่ากลุ่มผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์บ่อยที่สุดมีอายุน้อย เป็นเพศชาย และอาศัยอยู่ในเขตเศรษฐกิจกำลังพัฒนามากกว่าในเขตเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้วถึงสองเท่า (ร้อยละ 38 ต่อ 15)

กลุ่มผู้ที่ต้องตัดสินใจทางธุรกิจยอมรับว่าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มากกว่าผู้ใช้กลุ่มอื่น รวมทั้งกล่าวว่าพวกเขาซื้อซอฟต์แวร์สำหรับคอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง แต่ติดตั้งซอฟต์แวร์นั้นลงบนคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ในสำนักงาน มากกว่ากลุ่มอื่นถึงสองเท่า โดยหลักการแล้วทั่วโลกให้การสนับสนุนสิทธิและการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเป็นอย่างดี แต่ในทางปฏิบัติกลับขาดแรงจูงใจให้ผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม มีเพียงร้อยละ 20 ของผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นประจำในตลาดพัฒนาแล้วและร้อยละ 15 ของผู้ที่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์เป็นประจำในตลาดกำลังพัฒนาที่บอกว่าความเสี่ยงจากการถูกจับกุมคือเหตุผลที่ทำให้ไม่กล้าละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์

การศึกษานี้จัดทำขึ้นเป็นประจำทุกปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 9 โดยกลุ่มพันธมิตรธุรกิจซอฟต์แวร์ ร่วมกับไอดีซีและ Ipsos Public Affairs ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยชั้นนำของโลก การศึกษาทำโดยการเก็บข้อมูล 182 ตัวอย่าง และประเมินแนวโน้มด้านซอฟต์แวร์และพีซีใน 116 ประเทศ ในปีนี้ยังมีการสำรวจความคิดเห็นของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ 15,000 คน จาก 33 ประเทศ ซึ่งคิดรวมกันเป็นร้อยละ 82 ของตลาดพีซีโลกอีกด้วย สามารถดาวน์โหลดผลการศึกษาฉบับเต็มเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทั่วโลกประจำปีพ.ศ. 2554 รวมทั้งข้อมูลของประเทศไทยได้ที่เว็บไซต์ของบีเอสเอ http://www.bsa.org/globalstudy

Share this post

Submit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn