ASUS พอใจยอดขายในไทยครึ่งปีแรก พร้อมปักธงในตลาดพม่าและลาว

บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โชว์ยอดขายครึ่งปีแรกผ่านฉลุย เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 65% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พอใจผู้บริโภคต่างจังหวัดเลือกใช้เอซุสมากขึ้น พร้อมลุยต่อเนื่องในครึ่งปีหลังด้วยการเดินสายโรดโชว์ อีกทั้งขานรับการเปิดประตูการค้าเสรี (AEC) รุกตลาดไอทีในประเทศพม่าและลาว

นายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงผลประกอบการในกลุ่มซิสเต็มส์ช่วงครึ่งปีแรกว่า “มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน (ตลาดโดยรวมติดลบ 1.4%) โดยผลิตภัณฑ์ที่ทำยอดขายได้สูงสุด ได้แก่ โน้ตบุ๊ก ในรุ่นที่มีราคาเฉลี่ยประมาณ 18,000 บาท (ตลาดโดยรวมอยู่ที่ 17,500 บาท) ส่วนหนึ่งเป็นต่อเนื่องมาจากนโยบายบริษัท ภายใต้สโลแกน “ASUS Customer Happiness 2.0” ที่ได้นำ 5 สุดยอดเทคโนโลยีมารวมไว้ในเครื่องเดียว ทั้งความสวยงาม (Beauty) พลังเสียง (Sound) สัมผัส (Touch) เทคโนโลยี IOIC (Instant On, Instant Connect) และด้านบริการผ่านระบบคลาวด์ (Cloud) ในราคาที่ผู้บริโภคพึงพอใจ ซึ่งนับว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้า”

หากดูจากตัวเลขในครึ่งปีแรก ทำให้เรามั่นใจว่าตลาดครึ่งปีหลังจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสัดส่วนตลาดในต่างจังหวัดที่ตัวเลขส่วนแบ่งทางการตลาดเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆ ภาค ด้วยความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมต่างๆ ที่แปลกใหม่ ทันสมัย การเพิ่มการโฆษณาและประชาสัมพันธ์สินค้าตามจังหวัดต่างๆ ให้ประชาชนได้รู้จักและเกิดความมั่นใจ รวมถึงการเพิ่มการอบรมและจำนวนพนักงานขายหน้าร้าน ทำให้มั่นใจว่าในครึ่งปีหลังยอดขายในต่างจังหวัดของเอซุสจะเพิ่มขึ้น และในเร็วๆ นี้ เอซุสจะแนะนำผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุดที่เป็นมากกว่าสมาร์ทโฟนออกสู่สายตาผู้บริโภคชาวไทยอีกด้วย” นายพรเทพ กล่าว

ด้านตลาดภาครัฐและองค์กร เรายังคงทำงานอย่างต่อเนื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้เอซุสมีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไว้ให้องค์กรหรือหน่วยงานด้านการศึกษาเช่นกัน นายพรเทพ กล่าวอีกว่า “จากการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากว่า 10 ปี เอซุสได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคคนไทย ทำให้เอซุส สำนักงานใหญ่ ประเทศไต้หวัน ไว้วางใจให้ผมเข้าไปดูแลตลาดเอซุสในประเทศพม่าเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น ณ ปัจจุบัน เอซุสจึงเป็นที่รู้จักในบรรดาผู้ใช้ชาวพม่าระดับหนึ่ง สามารถพูดได้ว่าเรามีความพร้อมสำหรับการเปิดตลาดการค้าเสรีในอาเชียน (AEC) ที่กำลังจะมาถึงในปี 2558 นอกจากประเทศพม่าแล้ว ล่าสุดผมได้รับมอบหมายให้เข้าไปดูแลตลาดของประเทศลาวอีกด้วย ซึ่งในเดือนหน้าจะเริ่มเข้าไปหาข้อมูล เพื่อเตรียมวางลู่ทางตลาดในอนาคต”

 

“ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า การสื่อสารจะเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคนในภูมิภาคแห่งนี้ ผลิตภัณฑ์ไอทีจะกลายเป็นส่วนหนี่งในการดำรงชีวิต แบบขาดไม่ได้ พร้อมเชื่อมโยงธุรกิจการค้า การลงทุน ตลอดจนการดำรงชีวิตของผู้คนในแต่ละวัน ทำให้คนรู้จักและใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้อาจจะเป็นข้อได้เปรียบหรือเสียเปรียบก็ขึ้นอยู่กับการเข้าใจนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในแต่ละองค์กร” นายพรเทพ กล่าวทิ้งท้าย"

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn