Blog

phanupon-p.blogspot.com
ภาณุภณ พสุชัยสกุล
  1. การพิสูจน์ตัวตน หมายถึง การยืนยันว่าเป็นตัวเราจริงๆ ไม่ได้มีใครแอบอ้าง ในโลกดิจิทัล ที่ผ่านมาสามารถเข้าใช้ระบบต่างๆ ได้ด้วยการใช้ ชื่อล๊อกอิน และรหัสผ่าน ซึ่งเราก็จะพบว่า ก่อนที่จะสมัครเข้าใช้งานก็ต้องมีการกรอกข้อมูลส่วนตัวต่างๆ เช่น รหัสบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ระยะหลังๆ ข้อมูลเหล่านี้ไม่พอ จะต้องป้องกันอีกชั้นว่า มีโทรศัพท์มือถือเบอร์อะไร และยืนยันอีกครั้งด้วยการกรอก เลข OTP ว่าหากได้รับข้อความให้เอามากรอกว่าเราใช้เบอร์นั้นจริงๆ แต่ก็มีช่องว่างให้เกิดความเสียหายได้เมื่อ วางมือถือไว้และมีคนแอบดูรหัสในเวลานั้น
    หลายคนสงวัยว่าสมาร์ทการ์ดบนบัตรประชาชนเอามายืนยันตัวตนได้ไหม คำตอบก็คือทำได้ แต่ถ้าจะให้เกิดความมั่นใจจะรู้ได้อย่างไรว่าบัตรนั้นไม่ได้ถูกขโมยมา
    ธุรกรรมต่างๆที่น่าจะสมัครใช้บริการทางอินเตอร์เน็ทในตอนนี้นั้น จะเป็นธุรกรรมที่ไม่ได้ผูกมัดสัญญา แต่ถ้าเป็นธุรกรรม ที่ผูกมัดสัญญา เช่น เปิดบัญชีบัตรเคดิตร การเปิดยัญชีธนาคาร การขอสินเชื่อ การซื้อประกันชีวิต ธุรกรรมเหล่านี้ถ้าต้องการทำจะต้องทำผ่านระบบดิจิทัลจึงมีความต้องการพิสูจน์ตัวตนว่าเป็นเราแน่นอน ไม่ได้มีใครแอบอ้างมา ดังนั้นในปัจจุบัน หากต้องการเปิดแอปขอธนาคารเพื่อการโอนเงิน ซื้อกองทุน หรืออื่นๆ จะต้องเอาสมุดบัญชีธนาคาร บัตรประชาขนตัวจริง และที่สำคัญตัวท่านผู้อ่านเองจะได้มาด้วยตัวเอง
    ทั้งหมดที่กล่าวมาก็เพื่อที่จะพิสูจน์ตัวตนที่แท้จริงนั่นเอง ดังนั้นหากต้องการที่จะลดขั้นตอนก็ต้องหาวิธีการเพื่อยืนยันตัวตนโดยที่เจ้าตัวไม่ต้องมาเอง
    อีกเรื่องที่เราพูดถึงกันมานานก็คือเรื่องการลงลายมือชื่อในรูปแบบดิจิทัล เพื่อการยืนยันเอกสารเรื่องนี้สำคัญที่สุด เพราะธุรกรรมอื่นๆ เรายังเดินไปที่ธนาคารแล้วไปยืนยันกันในเบื้องต้นได้แต่ลายมือขื่อจำป็นต้องมีคนเชื่อว่าเป็นของเรา

    สิ่งที่นัก crypto พูดกันมานานก็คือเรื่อง CA หรือ Certificate Authority  ซึ่งบริษัทนี้จะเป็นผู้รับรอง ลายมือชื่อดิจิทัล อาจจะรวมถึงการออกกุญแจ สองดอกเพื่อใช้ในการลงนาม และ ใช้เพื่อการเข้ารหัสเอกสารความลับ  การใช้งานคล้ายลักษณะเดียวกับกุญแจ ถ้าจะเปิดตู้จดหมาย แม่กุญแจและลูกกุญแจ ต้องคู่กันจะใช้ลูกกุญแจดอกอื่นมาเปิดไม่ได้ ซึ่ง CA ก็ต้องได้รับการรับรองด้วยเช่นกัน โดยการยอมรับกันในโครงข่ายของ CA ก็ด้วยเช่นกัน
    ใน พรบ นี้พูดถึงการกำกับดูแล โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการกำกับดูแลการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล อำนาจการกำกับดูแลของคณะกรรมการแย่งได้เป็น 3 ส่วน
    1. ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตน คณะกรรมการนี้จะกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทและการจัดตั้งบริษัท
    2. ระบบทำการแทน หากภาครัฐหรือเอกชนที่ประสงค์จะเข้าสู่ platform ระบบนี้จะทำการเชื่อมต่อให้ เช่น ภาคเอกชนที่ไม่อยากลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาจจะใช้เพื่อสอบถาม ใบรับรองหรือลายเซ็นต์ดิจิทัล ก็ใช้การยืนยันผ่าน ระบบนี้
    3. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล คณะกรรมการนี้ก็จะมีอำนาจ ในการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้จ่อมูลเมื่อเกิดความเสียหาย กรรมการชุดนี้ก็จะมีอำนาจในการกำหนดมาตรฐานในการส่งข้อมูลระหว่างหน่วยงานในโครงข่าย
  2. เป็นประจำของทุกปีในวันเสาร์สัปดาห์ที่สามของเดือนกันยายนทั่วโลกก็จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองให้ความรู้เรื่องนี้กันทั่วโลก ความสำคัญของวันนี้ก็คือ เรื่องของการเข้าถึงสารสนเทศอย่างเท่าเทียมเสรี หมายความว่าอย่างไร เมื่อความจำเป็นของการใช้สารสนเทศเข้าถึงทุกคน โดยเฉพาะในปัจจุบันซึ่งกลายเป็นพื้นฐานสำคัญกับมนุษย์ไปแล้ว แต่ปัญหาเรื่องของลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ทำให้ผู้คนอีกเป็นจำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ ต้องซื้อพื้นฐานทางเทคโนโลยีในราคาที่สูงกว่าผลผลิตทางการเกษตรที่ไม่สามารถทำซ้ำได้เหมือนซอฟต์แวร์ ความหมายก็คือปลูกข้าวได้ผลผลิตแค่ไหนก็ขายได้เท่านั้นในแต่ละปีและราคาหน้าฟาร์มก็ไม่สามารถควบคุมเองได้ ราคาข้าวหนึ่งเกวียน ซื้อซอฟต์แวร์ได้แค่ระบบปฏิบัติการ


    จุดประสงค์ของซอฟต์แวร์แห่งเสรีภาพ

    เสรีภาพในการใช้  เสรีภาพในการเรียนรู้  เสรีในการแจกจ่าย เสรีภาพในการแก้ไข เสรีภาพในการแชร์

    การใช้ซอฟต์แวร์

    ประเทศที่พัฒนาช้าจะมีเหตุการณ์ที่ว่าขายซอฟต์แวร์ราคาไม่แพงให้ภาครัฐ และการศึกษา แต่ ภาคเอกชนราคาจะสูงกว่า ประเทศที่พัฒนาได้ช้า  นักพัฒนาจะไม่คำนึงถึง Platfrom อื่นที่ไม่ใช่ Windows พวกเขาจะไม่สนใจว่า คนที่ไม่ได้ใช้ ซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันจะเปิดอ่านเอกสารได้หรือไม่ ต้นทุนก็จะไปตกที่ SME จึงทำให้ประเทศเหล่านั้นมีการละเมิดลิขสิทธิ์กันสุงมากเพราะต้องการใช้ซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันกับภาครัฐหรือหน่วยงานราชการ  ผู้คนจะสนใจการ crack แต่เพียงอย่างเดียว

    ความโป่รงใส

    หากมีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อการเลือกตั้งลงคะแนน เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่เกิดการทุจริตผลของคะแนนในการเลือกตั้งระบบที่ไม่รู้ว่า ด้านในเป็นอย่างไร นั่นหมายถึง เรื่องของการปิดเผยรหัสซอฟต์แวร์ หรือที่เรียกว่า โอเพนซอร์ส หากไม่ทำการเปิดซอร์ส เราจะมั่นใจเรื่องนี้ไม่ได้เลยว่า เบื้องหลังมีการแก้ไขผลของการโหวด ยังมีเรื่องของการส่งข้อมูลกลับไปเพื่อประโยชน์ต่างๆ มากมาย เทคโนโลยีโปรงใสจึงมีความสำคัญในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก

    ตัวอย่างความโปรงใส

    โทรศัพท์ปัจจุบันความนิยมในการใช้โทรศัพท์มือถือมีมากขึ้นแต่เติบโตอย่างก้าวกระโดดนั่นก็เป็นเพราะ Android เป็นระบบปฏิบัติการโอเพนซอร์สที่ผู้ผลิตสามารถนำไปใส่ในผลิตภัณท์ของตัวเองจึงส่งผลให้ราคาโทรศัพท์ แทบเล็ต มีราคาตั้งแต่สองพันบาทคนทั่วไปก็สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้แล้วมีการพัฒนามาใช้กับ TV กล่องรับชมทีวีทางอินเตอร์เน็ท วิทยุอินเตอร์เน็ท

    Crypto Currency สกุลเงินดิจิทัลที่ออกแบบมาให้อยู่ในรูปแบบของความโปร่งใส เปิดเผยรหัส เพื่อไม่ให้เกิดความโปร่งใส 

    LibreOffice เป็นซอฟต์แวร์เพื่อประโยชน์ของสำนักงานร้านค้าผู้ประกอบการได้สร้างเอกสาร ตารางคำนวน พรีเซ็นต์เทชั่น ออกแบบมาให้มีความโปร่งใส ใช้มาตรฐานกลางในการแลกเปลี่ยนเอกสารกับซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกัน

    IoTหรืออินเตอร์เน็ทในทุกสรรพสิ่งมี Hardware อย่าง Arduino , Raspberry Pi, Banana Pi และอื่น ๆ ที่ออกแบบ Hard ware แบบเปิด เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาเข้าถึงและพัฒนาได้อย่างง่ายในต้นทุนที่ไม่เกิน 100$ 

    ระบบปฏิบัติการ ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ทุกเครื่องต้องมี Linux ที่อายุครบ 27 ปีแล้วสร้างนวรรตกรรมใหม่เกิดขึ้นมากมายและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Application ธนาคาร โดยมาก บริษัท สื่อสาร และโซเชียลมีเดียว อย่าง Facebook Instragram ต่างก็ออกมายอมรับว่าใช้ ระบบปฏิบัติการเหล่านี้เป็นทางหลัก

    คราว์นคอมพิวติ้ง ที่ใช้เบื้องหลังเป็นซอฟต์แวร์เสรีจะทำให้ผู้ใช้บริการเชื่อมันว่าระบบทั้งหมดไม่ได้มีการเชื่อมโยงข้อมูลออกไปใช้เพื่อประโยชน์ของผู้ให้บริการ อื่นๆจึงทำให้ปัจจุบัน บริการคราว์นคอมพิวติ้งเติบโตอย่างมาก และสามารถเข้ากันได้กับแพลทฟอร์มอื่น ๆ ในรูปแบบบริการเดียวกันผู้ใช้ต้องสามารถย้ายค่ายได้

    ด้านล่างต่อไปนี้คือข้อความที่แปลมาจากเทคโนโลยี

    วันเสรีภาพของซอฟต์แวร์คือการเฉลิมฉลองและการศึกษาทั่วโลกว่าทำไมเทคโนโลยีโปร่งใสและยั่งยืนจึงมีความสำคัญมากกว่าที่เคย ด้วยทีมงานกว่า 200 ทีมใน 60 ประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่น่าอัศจรรย์ที่ทำให้โรงเรียนและชุมชนของคุณมีส่วนร่วมด้วยไปกัน กับเหตุการณ์ในท้องถิ่นของคุณหรือเริ่มต้นกิจกรรมของคุณเองและพบปะผู้คนมากมายทุกคนทำงานร่วมกันเพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่าเสรีภาพของเรา จะได้รับการดูแลโดยเทคโนโลยีในวันพรุ่งนี้



  3. เมืองใหญ่ๆ ทั่วโลกหลายประเทศกำลังนำเอาเทคโนโลยีอัจฉริยะต่างๆ มาใช้เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการ บริการสาธารณะ ต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การใช้พลังงานไฟฟ้า การจัดการขยะ การจัดการจราจร รวมถึงการแจ้งเตือนภัยต่างๆ เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม .ในประเทศไทยตอนนี้เพิ่งจะเริ่มโครงการต่างๆไปบ้าง เช่น ระบบตรวจจับการผ่าไฟแดงของรถยนต์ หลายคนคงจะเคยได้รับใบสั่งจากกล้องพวกนี้กันมาบ้างแล้วตามสี่แยกต่างๆ การตรวจจับความเร็วในถนนหลวง ซึ่งจะสังเกตได้ เมื่อเวลาออกไปต่างจังหวัด จะมีเตือนและแจ้งว่าตอนนี้ความเร็วของเรา เท่าไหร่ บางคนอาจได้รับใบแจ้งค่าปรับกันมาแล้ว
    การจราจรของ http://live.iticfoundation.org/เพื่อการวางแผนการจราจร ในประเทศไทยยังไม่มีการเอาระบบตัดสินใจอัตโนมัติมาใช้ร่วมกับการจัดการปัญหาจราจร แต่ในบางประเทศได้เริ่มไปแล้ว มีการเชื่อมต่อกับ กล้อง CCTV จำนวน 251 ตัว

    การใช้ข้อมูลเรื่องสภาพอากาศ ด้วยเรด้าของ กองพยากรอากาศ กรมอุตุนิยมวิทยา

    ส่วนในโครงการอื่นที่มีการประกวดโมเดลที่จัดโดยกระทรวงพลังงาน โดยเว็บไซต์ thailandsmartcities.com มี 7 โครงการที่ผ่านเข้ารอบ 
    1. นิด้า มหาวิทยาลัยอัจฉริยะ รู้รักษ์หลังงาน สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
    2. มข (เมือง) มหาวิทยาลัยอัจฉริยะพลังงานสะอาด
    3. เมืองจุฬา อัจฉริยะ
    4. ธรรมศาสตร์ ศูนย์นังสิต ต้นแบบเมืองมหาวิทยาลัยอัจฉริยะ
    5. วิสซ์ดอม วันโอวัน
    6. ของแก่น smart city ระยะที่ 1 ขนส่งสาธารณะเปลี่ยนเมือง
    7. เมืองใหม่อัจฉริยะบ้านฉาง

    ในขณะที่บ้านเรากำลังเริ่มต้น ในต่างประเทศเอง ก็ได้มีการแจ้งเตือนว่าผลิตภัณฑ์หรือสินค้าจากบางบริษัทมีนักวิจัยจาก IBM และ Threatare ค้นพบช่องโหว่ใหม่ 17 ช่องกับระบบสมาร์ทซิตี้ทั่วโลก เช่นสามารถเปลี่ยนสัญญาณไฟจราจรและคำเตือนจากภาวะน้ำท่วม ซึ่งผลการวิจัยที่ค้นพบพวกเขาได้เผยผลการวิจัยในที่ประชุม Black Hat cybersececurity ในลาสเวกัส เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา และได้ทำการติดต่อบริษัทที่เกี่ยวข้องให้ทำการแก้ไข ช่องโหว่เหล่านี้เป็นตัวอย่างของความเสี่ยงและอาจจะมีที่นักวิจัยยังไม่พบ
    นักวิจัยลอกว่าระบบ Libelium , Echelon และ Battelle ที่ถูกใช้ในการตรวจจับอุทกภัยในอาร์เจนตินา  การควบคุมไฟในฝรั่งเศส และ การตรวจสอบการจราจรในรัฐแมสซาซูเซตส์ ตามกรณีศึกษา ทาง Echelon บอกว่าได้รับการยืนยันช่องโหว่และแจ้งให้ลูกค้าทราบและทำการปรับปรุง ส่วนโฆษกของ Battelle กล่าวว่า บริษัท ได้ออกแบบส่วนของ Interface ให้ปลอดภัย ส่วน Libelium ก็ได่ทำการปรับปรุงความปลอดภัยในส่วนนี้แล้ว

    นักวิจัยบอกว่าการบุกรุกที่อาจจะะเกิดขึ้นทำให้เกิดความตระหนกในเมืองต่างๆ เช่น สัญญาณเตือนที่ผิดพลาด ด้วยการหลอกด้วยสัญญาณวิทยุหลอกลวงแล้วทำให้ไซเรนพายุทอร์นาโดทำงาน

    การตรวจสอบจำนวนรถยนต์ที่อยู่บนท้องถนนเพื่อช่วยควบคุมสัญญาณจราจร ถ้า แฮกเกอร์เข้าไปป่วนก็จะสามารถทำให้การจราจรแย่ลงไปเลย

    ระบบแจ้งเตือนน้ำท่วมจะแจ้งเตือนเมื่อพบน้ำแค่หยดเดียว นักวิจัยพบว่าอุปกรณ์ออนไลน์จำนวนมากยังคงใช้รหัสเริ่มต้นที่ติดมากับโรงงาน

    ในประเทศไทยหากมีการช่วยกันค้นพบช่องโหว่แบบนี้นักวิจัยอาจจะเป็นผู้ร้ายไปเลยก็ได้เพราะเนื่องจากความคิดเรื่องนี้บ้านเราหลายคนที่เกี่ยวข้องยังรับความจริงไม่ได้ เพราะจริงๆแล้วระบบไม่มีอะไรที่ปลอดภัย100% แต่ก็ต้องเฝ้าระวังและรับมืออย่างรวดเร็ว มีทีมวิจัยของตัวเองที่คอยตรวจสอบช่องโหว่ของอุปกรณ์เหล่านี้ด้วย เพราะช่องโหว่ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการลองซ้ำ ๆ ผมขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่นรหัสบัตร ATM 4 หลักลองเอาเลข 0000 ถึง 9999 มาลองใส่ก็ต้องเจอเข้าสักอัน การลองที่ละชุดเป็นเรื่องพื้นฐาน บางคนใช้วิธีแบ่งครึ่งแล้วเลือกก็อาจจะพบเร็วกว่า วิธีการหา เราเรียกว่า อัลกอริทึม




  4. ปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีแห่งการนำ AI มาใช้กับสมาร์ตโฟน AI เริ่มตั้งแต่ iPhone X ที่นำหน่วยประมวลผลกลางที่มี AI ที่เรียกกันว่า Apple A11 มาใช้วิเคราะห์ใบหน้าเพื่อการปลดล็อกหน้าจอ เราก็เริ่มที่จะเห็นแอพพลิเคชัน และ อุปกรณ์ที่ มี AI เข้ามาเกี่ยวข้องขึ้นเยอะมากในปีนี้ Samsung ก็มี Exynos 9810 ที่ใช้ใน Galaxy S9 ค่าย  อื่นๆ ที่ตามมาก็มี Huawei ที่นำมาใช้ในเรื่องของการถ่ายภาพ เช่นลดการสั่นไหว และการถ่ายภาพที่มีแสงน้อย Xiaomi ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm MSN8953 Snapdragon มาช่วยในคน ที่รักการถ่ายภาพ เซลฟี่ ดูหล่อดูสวยขึ้น

    สำหรับค่ายซอฟต์แวร์ที่พบว่าจะนำ AI มาใช้ช่วยในการแต่งภาพ ก็อย่างเช่น Adobe System ก็ได้ลงทุนกับ. Sensei AI Technology เพื่อนำมาใช้กับการแต่งภาพตัดต่อภาพด้วย photoshop และ Premiers Pro ในงานตัดต่อวีดีโอ

    ในส่วนของการใช้งานโทรศัพท์มือถือในการเข้าถึงเว็บไซต์ google สำรวจพบว่า 61% ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลผ่านทาง สมาร์ทโฟน ซึ่งปัจจุบัน google จะให้คะแนนกับเว็บไซต์ที่รองรับกับหน้าจอ สมาร์ทโฟน

    เมื่อ มี สมาร์ตโฟน ผู้คนส่วนใหญ่ก็สืบค้นซื้อสินค้า ชมภาพยนตร์  อ่านเรื่องราวต่างๆผ่าน ทางช่องทางนี้ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ นักการตลาด นักการเมือง จะอาศัยช่องทางนี้เพื่อเข้าถึง กลุ่มเป้าหมาย ดังนั้น ช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราจึงได้ยินคำว่า BI หรือ Businesses Intelligences  มากขึ้นๆ นั่นก็เหมือนกับว่า เราถูก AI จับความเคลื่อนไหวตลอดเวลา การต่อสู้กัน ในเรื่องของคำค้น หรือ keywords ที่ใช้สอบถาม Siri หรือ Google ส่วนตัวผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้ AI เกิดการเรียนรู้ แล้วส่ง รายการสินค้าที่ต้องการ ภาพยนตร์ แนวที่ชื่นชอบ หรือข้อมูล. ที่กำลังค้นหา

    หลายๆคนเริ่มกังวลว่า โทรศัพท์ของเราทำไมมันฉลาดขึ้น มันเข้ามาสอดรู้สอดเห็นเรื่องราวของเรา ยิ่งต้องทำให้คนในแวดวงที่มีชื่อเสียง นักการเมือง ต้องระวังตัวมากขึ้น เพราะแค่วันนี้คุณแค่สนใจอยากเลือกชุดชั้นใน ไปเซอร์ไพรส์ ภรรยา มันก็จะส่งรายการสินค้าไปโฆษณาที่หน้าเว็บที่คุณเข้าไป คนก็จะเข้าใจผิดได้ หรือพนักงานคนไหน อยากเปลี่ยนงาน นายจ้างจะวิเคราะห์ได้ทันทีจากหน้าจอ โฆษณา

    วันนี้ยกเรื่องราวของ สมาร์ตโฟนเอไอ ขึ้นมาก็เพราะ มีข่าวจาก CNN ว่า พรรคเดโมแครตประกาศแจ้งเตือนทีมงานและสมาชิกพรรค ไม่แนะนำให้ใช้ สมาร์ตโฟนของ ZTE และ Huawei หลังจากที่คณะกรรมการของพรรค จะมีการซื้อสมาร์ตโฟนจาก ZTE มาให้ทีมงานใช้ ประเด็นนี้น่าจะมาจากการประกาศเตือนของ FBI NSA CIA เหตุผลทางด้านความมั่นคง  เพราะสองบริษัทนี้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลจีน จะเป็นช่องทางให้สายลับจีนมาล้วงข้อมูลสำคัญ เช่น งานวิจัยใหม่ๆ ในห้องวิจัยของภาครัฐ ทาง Huawei ก็ตอบโต้ว่าสินค้าของบริษัทมีความเสี่ยงเรื่องความปลอดภัย พอๆกับบริษัทอื่นๆ และยังได้รับความเชื่อถือจากรัฐบาลอื่นๆ มากกว่า 170 ประเทศ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ รายงานล่าสุดของ Huawei เปิดเผยผลประกอบการใน ครึ่งปีแรกของ ปี 61 รวมรายได้ 325.7 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากเดิมในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 15%
  5. เมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2561 ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสเข้าร่วมรับฟังข้อมูล บทบาทของโอเพนซอร์สต่อองค์กรธุรกิจ จัดโดย Red hat พบว่าโลกทุกวันนี้การ ขับเคลื่อนนวัตกรรมทั้งหมดของเทคโนโลยีโดยมากใช้โอเพนซอร์ส ไม่ว่าวันนี้เราจะใช้บริการจาก คราว์นคอมพิวติ้ง ของใครก็แล้วแต่เบื้องหลังนวัตกรรมจะใช้เทคโนโลยีแบบเปิด 76% ของ cloud สร้างจากโอเพนซอร์สเทคโนโลยี ปัจจุบันลูกค้า ไม่ได้สนใจแล้วว่าเทคโนโลยีจะเป็นแบบปิด หรือ แบบ เปิด แต่ขอให้เทคโนโลยีเหล่านั้น ตอบโจทย์ และความต้องการที่จะสร้างนวัตกรรมอย่างรวดเร็ว แนวคิดนี้เปลี่ยนไปมากแล้วในยุคนี้ กับคนรุ่นใหม่ๆ


    หากวันนี้ การพัฒนาโปรแกรมหรือแอพพลิเคชั่นเป็นในรูปแบบ เก่าที่เราเรียกกันว่า (Water flow model) จะทำให้ใช้เวลามากกว่าคู่แข่ง ที่ส่วนมาก หันมาใช้วิธีการพัฒนาแบบ Agile ซึ่งปัจจุบันเราจะเห็นว่า เครื่องมือในการควบคุมและจัดการให้นักพัฒนา ทำงานร่วมกันได้ เช่น Jira soft หรือ trello รวมถึง Git hub มีให้เห็นออกมา หรือ บางแห่งอาจจะใช้ Post it ในการเริ่มวิเคราะห์ และออกแบบ โดยวิธีการจะทำงานร่วมกับผู้บริหาร ลูกค้า นักพัฒนา โปรแกรมเมอร์ในแขนงต่าง ๆ นักวิเคราะห์ระบบ และ system admin


    แต่เนื่องจากว่าการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานในรูปแบบนี้สิ่งที่พบก็คือเป็นการปรับเปลี่ยนครั้งใหม่จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้อีกทั้งในการทำงานด้วย วัฒนธรรมการทำงานแบบนี้ บางคนจะไม่คุ้นเคย

    เทคโนโลยีที่ทำให้นวัตกรรมที่เราคิดเกิดได้อย่างรวดเร็วปัจจุบัน ก็มีการพูดถึง การนำเอา คอนเทรนเนอร์มาใช้ หรือ การใช้ไมโครเซอร์วิส แยกออกเป็นเพื่อให้ตอบโจทย์การพัฒนาแอพพลิเคชั่นในยุคปัจจุบัน

    บทบาทของ โอเพนซอร์สในปัจจุบันได้เข้ามามีส่วนในนวัตกรรมหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ML , AI  , IoT, Big data และอื่น ๆ เป็นความตั้งใจของ Red hat ที่สร้าง Innovation Labs เพื่อที่จะเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกค้า ตั้งแต่ Prework >> Residency >> Post-Residency โดยการเปิดให้ลูกค้าเข้ามาใช้ Redhat Open Innovation Labs ซึ่งทั้งโลกนี้มีบริการอยู่ 3 แห่ง คือ บอสตั้น  ลอนดอน สิงคโปร ถ้าเป็นประเทศไทย ก็คงต้องไปที่ สิงคโปร์ ปัจจุบันลูกค้าที่มาใช้บริการ มาจาก Finance , Goverment, Telco , Enterprise

    กิจกรรมในภาคพื้น เอเซียแปซิฟิค เช่นการจัด Workshop เรื่อง Agile และ DevOps ที่มาเลเซีย ที่ออสเตเรีย เรื่อง Agile and DevOps workshop

    โปรแกรมที่ เข้าร่วมตอนนี้ จะเป็นแบบ Residency Program ซึ่งจะอยู่กัน 6 week ยกตัวอย่าง เช่น
    employment services จาก Australia ระบบ Financial services จากอินเดีย มาเลเซีย และ ญี่ปุ่น

    Use cases เช่น Heritage Bank และอีกแห่งที่ลูกค้าให้เปิดเผยได้ บริษัทประกันภัย อย่าง Motability

    การที่ red hat สร้าง Innovation Labs จะช่วยทำให้เกิดประโยชน์อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น start up ที่เพิ่งจะเริ่มต้นก็จะมีพี่เลี้ยง ที่จะลงมือสร้าง นวัตกรรม บริษัทที่ต้องการสร้างงานบริการเพื่อให้ตอบโจทย์ที่มีการปรับเปลี่ยน อย่ารวดเร็วเพื่อรับมือกับภาวะการแข่งขันในยุคปัจจุบัน เพราะ redhat มีผู้มีประสบการณ์ที่จะคอยเป็นพี่เลี้ยงให้แบบ 1 ต่อ 1 นี้คือจุดเด่นที่เราจะได้รับการ ถ่ายทอด ความรู้และประสบการณ์ จากผู้เชียวชาญ

    ผมได้สอบถามด้านการศึกษา (Red Hat Academy) ที่เปิดให้มหาวิทยาลัย ได้ใช้ Platform , middleware และ Cloud technologies ได้ฟรี เพื่อใช้ในการเรียนการสอน เช่น วิศวกรรม ซอฟต์แวร์ การได้ลงมือปฏิบัติกับเทคโนโลยีจริง ๆ ซึ่งมหาวิทยาลัยในไทยสามารถใช้ได้ ถ้าเรามองว่า 75% ของ Clouds ใช้ Open Source ขับเคลื่อนยิ่งเป็นโอกาสทีมหาวิทยาลัยต่าง ๆ จะเข้าถึงเทคโนโลยีแบบนี้ได้ เช่น Open Stack , Open shift

    มีนักข่าวถามผู้บริหารของ redhat ว่าในเมืองไทยรัฐบาลไม่ได้พูดถึง โอเพนซอร์ส นานแล้วเป็นอุปสรรคหรือไม่ Demien Wong  Vice President and general Mnager, Asian Growth & Emerging Markets(GEMs) ของ Red hat สิงคโปร์ บอกว่า เรื่องนี้ไม่ได้เป็นปัญหาเพราะทั่วโลก ไม่ได้พูดถึงว่าอะไรเป็นโอเพนซอร์สหรือไม่เป็น แต่เรากำลังพูดถึงวิธีการขับเคลื่อน นวัตกรรมที่จะตอบโจทจ์ และ การทำ digital tranfrom  ที่ช้าไม่ได้และการที่ ไม่ user login ซึ่งหมายถึงการที่ลูกค้าเลือกใช้เทคโนโลยีอะไรแล้วติดเข้าระบบย้ายไปไหนไม่ได้แต่ซึ่ง Open innovation จะตอบปัญหาเหล่านี้ได้

    Red Hat เป็นผู้นำด้าน open source ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ตั้งแต่ ปี 1993 ถึงตอนนี้ก็ 25 ปีแล้ว ปีปัจจุบัน รายได้อยู่ที่ 3 พันล้านเหรียญ เป็นบริษัทที่เติบโตแบบต่อเนื่อง