Blog

phanupon-p.blogspot.com
ภาณุภณ พสุชัยสกุล
  1. สืบเนื่องมาจากข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้เฟสบุค จนมีผลให้ มาร์ค ต้องเข้าให้การในสภาครองเกรช ถึงเรื่องที่ผ่านมา เพราะช่วงเวลาของการหาเสียงก็เกิดข่าวปลอม ออกมาจนทำให้ มีผลกับการชนะเลือกตั้งของ ประธานาธิบดี ทรัมป์ ก็มีข่าวว่า Facebook อาจจะได้รับการอภัยโทษ ในช่วงสัปดาห์แห่งเสรีภาพ เนื่องจากปัญหาเหล่านี้เกิดจาก เทคโลโลยี ที่คาดไม่ถึง ตั้งแต่ รถยนต์ขับเอง จนกระทั้งไปถึงเกมส์การเมือง ปัญหาที่ Facebook เจอพวกเขาได้แก้ไขไปก่อนหน้านี้แล้วเพียงแต่ มันเป็นปัญหาของ บริษัท Cambridge Analytica ซึ่ง มาร์คต้องขึ้นให้การในเรื่องนี้ในฐานะพยาน

    ความวุ่นวายของเฟสบุคยังไม่จบเขาต้องตอบคำถามกับนักลงทุนที่อยู่กับเฟสบุคด้วยเช่นกันในงานประชุมประจำปีผู้ถือหุ้น เมื่อผู้ถือหุ้นถามถึงการแก้ปัญหาเรื่องข่าวปลอม และให้ทำรายงานเรือง ประเด็นนโยบายสาธารณะ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการข่าวปลอม Reverend Jesse Jackson กล่าวว่า "ข่าวปลอมและการโกหกกำลังจะทำลายพวกเรา"

    มาร์ค ได้กล่าวว่าหลายคนที่เผยแพร่ข่าวปลอมหลายคนไม่ได้ทำเพราะเจตนา เพียงแต่เขาเป็นส่วนหนึ่งของ SPAM เท่านั้น

    ปัญหาเรื่องข่าวปลอมที่เป็นปัญหาอยู่ในตอนนี้บนเฟสบุคเองก็พยายามปรับตัวให้ผู้ใช้งานรายงานและสามารถเลือกรับ โฆษณาได้แล้ว


    สำหรับผู้คนที่ไม่มั่นใจว่าข่าวนั้นเป็นข่าวปลอมหรือไม่ อีกทางเลือกก็คือ ใช้  Google image ในการตรวจสอบข่าว โดยการใช้รูปภาพ

    เราสามารถอ่านเงือนไขต่าง ๆ ของ นโยบายความเป็นส่วนตัวได้ https://www.facebook.com/privacy/explanation

    มาร์คยังพูดให้กำลังใจนักลงทุนอีกว่า ตอนนี้กำลังดูช่องทางที่จะ เผยแพร่ facebook ในจีน แต่ต้องศึกษาระเบียบข้อกฏหายต่อไป

    (คนจีนตอนนี้ใช้ renren.com แทน Facebook )




  2. เราอาจเคยได้ยินข่าว ของ IBM เรื่อง คอมพิวเตอร์ชนะเกมส์ หมากรุก เมื่อปี 1997 มันเคยเอาชนะมนุษย์ในการตอบคำถามในรายการเกมส์โชว ที่ชื่อว่า Jeopardy เมื่อปี 2011 ในการแข่งขั้นครั้งนั้นคอมพิวเตอร์ Watson ก็มีการตอบถูกบ้างผิดบ้าง แต่มันก็เอาชนะมนุษย์ไปได้ ในปี 2017 Google AI AlphaGo ก็เอาชนะแชมป์โลกเกมส์ Go เมื่อวันที่ 18 june 2018 คอมพิวเตอร์ สามารถเอาชนะนักโต้วาทีได้ในการแถลงข่าวที่ผ่านมา




    IBM ได้สร้างระบบขึ้นมาที่ชื่อว่า Project Debater และใช้ในการแข่งขันที่เรียกว่า computational argumentation ในการแถลงข่าวครั้งนี้ IBM ได้นำแชมป์โต้วาทีสองคนมา โต้เถียงกับ Project Debater 

    จะเห็นว่าปัญญาประดิษฐ์สามารถจัดการอะไรที่ซับซ้อนมากขั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งมนุษย์มักจะมีการเข้าข้างกัน ในอดีตปัญญาประดิษฐ์จะสามารถจัดการอะไรที่เป็นรูปแบบกฏเกณท์ที่ชัดเจนได้อย่างเช่น เกมส์หมากรุก

    Debater ได้รับการฝึก(Learning)เกี่ยวกับ ระเบียบวิธีการดีเบสขั้นสูง แต่จะไม่ลงรายละเอียดในการอภิปราย ซึ่งจะพบในช่วงแรกๆของการดีเบส ในการจัดทำข้อมูล IBM ได้มีการเก็บรวบรวมบทความข่าวและเอกสารทางวิชาการกว่า 300 ล้านฉบับที่จัดทำดัชนีไว้ก่อนหน้านี้เพื่อเกิดผลการค้นหาที่รวดเร็ว แต่มันต้องหาข้อมูลมาใช้เพื่อการโน้มน้าวเพื่อฟังข้อโต้แย้งของฝ่ายตรงข้าม 

    Clea Conner Chang หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Intelligence Squared Debates กล่าวว่า "มันน่าทึ่งมากที่เห็นเทคโนโลยีนี้ดึงมาจากแหล่งต่างๆ 300 ล้านแห่งและกลั่นในสิ่งที่ดูเหมือนเป็นการเล่าเรื่องการสนทนาในการอภิปราย"

    IBM นำเสนอรูปแบบ Debater ในลักษณะของเสาสีดำและมีหน้าจอสีฟ้า การประมวลผลจะอยู่ที่ศูนย์ข้อมูลหรือ Datacenter

    ในการอภิปรายเรื่องการสนับสนุนโครงการสำรวจอวกาศ เจ้า Debater ก็ให้ความเห็นว่าควรจะสนับสนุนเทคโนโลยี และมันก็ยกตัวอย่างประมาณว่า "ดูอย่างฉัน สิซึ่งเป็นตัวอย่าง เพื่อเป็นพลังในการตัดสินใจ" "being as I am a prime example of its power." 

    ในอนาคตเราสามารถใช้ประโยชน์ในเรื่องนี้ได้หลายอย่างเช่นขอความเห็นในเรื่องของกฏหมายหลายคนให้ความเห็นว่าเพราะโรบอท ไม่มีไบแอสทางอารมณ์เข้ามาเกี่ยวการให้ความเห็นในรูปแบบข้อโตแย้งจะช่วยเรื่องการตัดสินใจได้ มนุษย์สามารถนำไปใช้ในการหาข้อมูลเพื่อช่วยในการโต้เถียงต่าง ๆในทางเมืองได้อีกถึงโครงการต่างๆ


    แหล่งที่มา cnet
  3. ผมคงไม่ต้องอ้างอิงระเบียบสำนักนายกว่าด้วยเรื่องการใช้ฟ้อนต์ TH Sarabun หรือที่อ่านว่า ไทยสารบัญ และประกาศให้ใช้เลขไทยในหนังสือราชการ เพราะประกาศมาตั้งแต่ปี 2549 เพียงแค่ขอความร่วมมือไมไ่ด้บังคับใช้ ลิงค์เอกสาร

    ในการพิมพ์เลขไทยในต้องกดปุ่ม shift แล้วพิมพ์บนแป้นตัวเลข ตามมาตรฐานเครื่องพิมพ์ดีด แต่ก็มีหลายคนชอบพิมพ์ตัวเลข ตรงแป้นตัวเลข ที่เพิ่มเข้ามาในแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์เพื่อพิมพ์เลขภาษาอาราบิก มันไม่สะดวกมีคนนำไปดัดแปลง แล้วออกฟ้อนต์ใหม่ชื่อ TH Sarabun IT9 ขึ้นมาเพื่อให้สามารถพิมพ์เลข อาราบิค ที่แป้นพิมพ์ตัวเลขเป็นเลขไทย



    ฟ้อนต์ TH Sarabun IT9 มีรหัสที่ไม่เป็นมาตรฐาน เพราะเลข 1 ของเลข อาราบิกจะเป็นเลข ฐาน 16 คือรหัส 31 แต่กลายเป็นว่า มีเลขไทยมีสองชุด ชุดแรกไปใช้รหัส 31 เช่นเดียวกับฟ้อนต์มาตรฐานสากล


    ถ้ามาดูรหัส 31 ของฟ้อนต์ TH Sarabun IT9 จะกลายเป็นเลขไทยดังนั้นจะมีปัญหาระหว่างการพิมพ์เอกสารออกเครื่องพิมพ์เพราะรหัสฐาน 16 ไม่ได้ตรงกับมาตรฐาน

    การใช้ฟ้อนต์ TH Sarabun IT9 จะมีปัญหาเรื่องการติดตั้งสำหรับคนที่ใช้ Mac OS จะไม่สามารถติดตั้งได้เนื่องจากไม่ผ่าน Validation หากคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ Apple macinthos จะไม่สามารถแสดงผลเอกสารได้เหมือนกับคนที่มีฟ้อนต์ TH Sarabun IT9
    หลายคนเข้าใจผิดว่าฟ้อนต์ TH Sarabun PSK กับ TH Sarabun IT9 หน้าตาเหมือนกันก็จริง แต่คอมพิวเตอร์ ไม่ได้เห็นเหมือนเรา ถ้าใครใช้เครื่อง Apple ก็จะมีปัญหาทันที ใครส่ง TH Sarabun IT9 มาก็ต้องแก้ไขเอกสารเพราะจะเพี้ยนมาก จะต้องแก้ใขใหม่ให้เป็น TH Sarabun PSK สร้างภาระให้กับผู้รับเอกสาร

    ตามหลักสากลแล้วตัวเลขเครื่อง หมายเลขตัวถัง ชื่อรหัสสินค้า มักจะใช้เลข อาราบิก ซึ่งบางอย่างเป็นเครื่องหมายการค้า ทำให้เราไม่สามารถใส่ เลขเหล่านั้นเป็นเลขไทยลงไปใน TOR จัดซื้อจัดจ้างได้
    เมื่อใช้ฟ้อนต์ IT9 พิมพ์แล้วเปลี่ยนไปใช้ฟ้อนต์อื่นเพียงเพื่อจะให้พิมพ์หมายเลขทางการค้าเหล่านั้นก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากในการใช้งานและสร้างสไตร์ตัวอักษร

    ตามข้องตกลงร่วมกัน Internationalization (บางครั้งเราจะเรียกสั้นๆว่า "I18N ,  "I - คืออักษรตัวแรกและ ต่อด้วยตัวอักษร 18 ตัวและปิดตัวท้ายด้วย  -N") ในการสร้าง Produc ต้องสนับสนุน ตัวอักษรตามมาตรฐาน, การสร้าง TH Sarabun IT9 ก็เป็นการทำผิดข้อตกลง ต่อไปใครจะใช้เลขอะไรใน Unicode ได้ตามสะดวกก็จะหามาตรฐานอะไรมารองรับไม่ได้เลยเพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร หรือ เพื่อการแปลภาษา





  4. การจะเข้าไปซื้อ github ของไมโครซอฟท์ ประกาศเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2018 สร้างความกังวนให้กับนักพัฒนา บางส่วน ถึงการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เพราะ ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา แนวคิดของไมโครซอฟท์ คือพัฒนาซอฟต์แวร์ แล้วขายไลเซนต์ ให้กับผู้ใช้งาน ในรูปแบบที่ไม่ยอมเปิดเผยซอร์สโค้ด เพราะมันคือทรัพยากรขององค์กรที่สร้างรายได้ แต่อีกแนวความคิดหนึงของโลกซอฟต์แวร์ คือการ เปิดเผยซอร์สโค้ด เพื่อให้เกิดการพัฒนาร่วมกันของ วิศวกรซอฟต์แวร์ ที่เรียกกันว่าโอเพ่นซอร์ส ก็คือแนวความคิดที่ว่าเปิดเผยซอร์สโค้ดเพื่อความโปร่งใส เปิดเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน เปิดเผยเพื่อความน่าเชื่อถือ ซึ่งนี้คืออุดมคติที่ฝั่งโอเพ่นซอร์สยึดถือมาตลอด ลิขสิทธิ์ที่เปิดเผยซอร์สโค้ด ใครนำไปใช้ต้องเปิดเผยซอร์สโค้ดด้วย



    การทำงานร่วมกันของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ว่าบริษัทนั้นจะเล็กหรือใหญ่มีทีมมากแค่ไหนแต่สิ่งหนึ่งต้องมีเครื่องมือที่พัฒนาร่วมกันได้ เคคื่องมือนั้นเรียกว่า เวอร์ชั่นคอนโทรล หรือ ที่เรียกว่า VC ส่วนเครื่องมือที่ใช้บริหารจัดการซอร์สโค้ด Source code management (SCM) วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2008 Github ได้ถูกตั้งขึ้น และเปิดตัวในเดือนเมษายน 2551 เพื่อให้บริการ version control ในรูปแบบ web base hosting service ปัจจุบัน มีซอฟต์แวร์ที่ เปิดอยู่ในบริการนี้ 26 ล้านคน ที่ใช้ GitHub เพิ่งระดมทุนได้250ล้านเหรียญเมื่อปี 2015 เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2018 ไมโครซอฟท์ประกาศจะซื้อ Githubมูลค่า 7.5 พันล้านเหรียญ ก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์เป็นหนึ่งในผู้ใช้บริการเรียกว่ามีซอร์สโค้ดมากที่สุดถึง2 ล้าน ล้านรายการ เพราะไมโครซอฟท์ใช้กับโครงการโอเพนซอร์สหลายตัวเช่น Power shell , virtual studio code และอื่นๆ 

    ความกังวนจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เกิดความไม่สบายใจ จากการเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เพราะเกิดความไม่มั่นใจเมือ่เป็นแบบนี้ก็ทำให้มีนักพัฒนาย้ายซอร์สโค้ดของตัวเองออกไป เช่นย้ายไป gitlab หลายคนคิดว่าหลังจากนี้ไปหาก satay nadella CEO คนปัจจุบัน ไม่ได้ทำหน้าที่นี้แล้วอาจะทำให้นโยบายของไมโครซอฟท์เปลี่ยนไป

     สำหรับ blog ของ satya nadella ก็ได้เขียนถึงดิวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เช่นกันว่า github เองนั้นก็เป็นบ้านของไมโครซอฟท์เช่นเดียวกับนักพัฒนาอื่นๆ การเข้าซื้อในครั้งนี้ก็เพราะเรากำลังเดินร่วมทางกับโอเพนซอร์ส การซื้อกิจการครั้งนี้ เราเห็นโอกาส 1 จะช่วยให้นักพัฒนาได้ทุกวงจรของการพัฒนา ตั้งแต่เริมไอเดียรไปจนถึงนำไปใช้งานกับระบบคลาวด์ github ยังคงเป็นแพทฟอร์มแบบเปิดและนักพัฒนาสามารถเชื่อต่อและขยายได้ นักพัฒนายังคงสามารถใช้ภาษาหรือโปรแกรม หรือเครืองงมือและ ระบบปฏิบัติการ ใดก็ได้ที่พวกเขาเลือก

    ประการที่สอง ไมโครซอฟท์จะช่วยให้นักพัฒนาระดับองค์กรมาใช้ github

    ประการสุดท้ายไมโครซอฟท์จะรักษาความเป็นอิสระและแพลตฟอร์มแบบเปิดและรับฟังคำติชมของนักพัฒนาซอฟ์แวร์ตลอดจนลงทุนในปัจจัยพื้นฐานและความสามารถใหม่ๆ ดิวในการซื้อกิจการครั้งนี้จะจบสิ้นในปลายปีนี้




  5. วันนี้ผมจะมาสรุปเค้าข้าวในเรื่องของงาน Google ไอโอ 2018 ที่ผ่านมาว่า Google ได้พูดถึงอะไรบ้างซึ่งงาน Google ไอ้อ้วนเป็นงานที่น่าสนใจงานสำหรับนักพัฒนาดูดูแล้วเปิดให้คนทั่วไปเพื่อที่จะคาดการณ์ว่าในอนาคตนั้นชีวิตและเทคโนโลยีจะไปในทิศทางใดซึ่ง Google ถือว่าเป็นบริษัททางด้านเทคโนโลยีชั้นนำของโลกอีกบริษัทหนึ่งนะครับ Google ได้พูดถึงเรื่องเทคโนโลยีด้านสุขภาพว่ามีความคืบหน้าอย่างไร



    สุขภาพ healthcare


    Google ได้พูดว่ามีกว่าให้ความสำคัญกับ AI กำลังจะเข้าไปเปลี่ยนเพราะว่า AI ที่ใช้ในเรื่องของสุขภาพจะสามารถวิเคราะห์ได้ละเอียดกว่าแพทย์ซึ่งข้อมูลกว่า 100,000. จุดมาร่วมวิเคราะห์กับผู้ป่วยที่ Google เอาเอไอเค้าไปใช้สามารถวิเคราะห์หาปริมาณต่างๆได้ซึ่งเกี่ยวข้องทางการแพทย์ซึ่งหมายความว่าต่อไปหมอก็จะมีเวลามากขึ้น ทำนายโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ล่วงหน้า 24 ถึง 48ชั่วโมง

    Gmail


    Smart composed ก็คือการเขียนเมล์ส่งเมล์จะนำ machine learning จะเริ่มทำการให้คำแนะนำในสิ่งที่คุณจะเขียนลงไปจากนุ้นเพื่อพบข้อความแนะนำและต้องการใช้คุณแค่กดtab มันจะเริ่มเรียนรู้ข้อความต่างๆและแนะนำ วลี ที่คุณอาจจะต้องการ เร็วๆนี้เราจะได้สนุกกับมัน


    Google photo


    จะเพิ่มเครื่องมือช่วยในการหาภาพเพื่อนเพื่อที่จะแชร์หรือแบ่งปันให้เพือน AI จะช่วยหารูปที่มีอยู่ในเหตุการณ์เดียวกันเช่น Lisa อยู่ในงานแต่งงานเราจะสามารถแชร์ภาพให้Lisaเพียงคลิกเดียวรูปเหล่านั้นก็จะส่งออกไป จะให้คำแนะนำการปรับภาพให้ดีขึ้นเช่นปรับสีพื้นหลังเพือให้ภาพดูโดดเด่นขึ้นมา

    TPU 3.0 


    พัฒนาชิพเพื่อช่วยให้คำแนะนำการระบายความร้อนด้วยของเหลว ในดาต้าเซนเตอร์ของgoogleเพื่อการให้บริการคราว์คอมพิวติ้ง


    Google Assistant


    ได้เพิ่มเสียงเข้าไปอีก หก เสียง และ เราจะไม่ต้องพูดกับ google assistant ของเราว่า hey google ก่อนรับคำถามหรือคำสั่งอีกต่อไป ทำให้เกิดการสนทนาอย่างต่อเนื่อง หลายปีมานี้googleได้ได้ศึกษาเรื่อง Natural language เรียกว่า google duplexใช้ เทคนิคที่เรียกว่า deep learning และ text to speech ได้ทุ่มเงินในการพัฒนาในส่วนนี้ไปมาก ดังนั้นต่อไปเราจะพูดคุยภาษามนุษย์ เข้าใจความรู้สึก เหมือนอย่างในภาพยนตร์ ที่โทนี่ คุยกับ จาวิช การแจ้งเตือนต่างๆจะเป็นเสียงพูด และ มนุษย์สามารถโต้ตอบหรือคอนเฟริมข้อความด้วยการพูด

    New smart device


    โปรดักต่างๆในอนาคตอันใกล้นี้ที่จะมีจอภาพเพิ่มเข้ามาในบรรดาสินค้าที่เป็น consumer electronic ยี่ห้อต่างๆ เช่นลำโพง ขอเรียกว่าเป็น smart display คาดว่าจะมีขายราวเดือนกรกฎาคม ที่เห็นมีเช่น. LG , JBL สามารถทำ video calling ได้



    Android p


    ระบบปฏิบัติการ ที่จะมี intelligence , simplicity, digital wellbeing หรือหมายความว่ามีความฉลาด เรียบง่าย และ คุณภาพชีวิตดิจิทัล Android p นั้น google ได้ทำงานกับ partner ของเขาเพื่อสร้างฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เรียกว่า adaptive battery ขอเรียกว่าการปรับการใช้งานแบตเตอรี่ตามความต้องการ ระบบจะปรับการใช้งานเพื่อประหยัดการใช้แบตเตอรี่ เช่น Adaptive brightess ปรับความสว่างในช่วงเวลากับแสงจากภายนอก. Android p จะทำนายว่าคุณต้องการจะทำอะไร

    โทรศัพท์จะเงียบเมื่อไม่ต้องการให้ถูกรบกวน ในพฤติกรรมที่ ควำ้หน้าจอลง และจะไม่มีเสียงสั่นสะเทือน Android p จะสร้างตัวแจ้งเตือนรวมทุกช่องทางไว้ให้ การตั้งเวลาช่วงพักผ่อน จะเปลี่ยนหน้าจอเป็นสีเทา ซึ่ง Android p เบต้า มีแบนด์มากว่า7ค่ายนำไปใช้


    Google earth หรือ google map


    หลายปีมานี้ google map ได้สร้างแผนที่เพื่อช่วยทุกคนให้สามารถเพิ่มที่อยู่ใหม่ได้อัตโนมัติ ธุรกิจ สิ่งก่อสร้างที่ไม่ได้อยู่บน ถนน ลงปยังแผนที่ พื้นที่ชุมชนและสถานที่ ที่ไม่เป็นทางการ สิ่งเหล่านี้จะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ การเปลี่ยนแปลงในแผนที่. Google จะเพิ่มแทบใหม่ลงในแผนที่ ออกแบบมาเพื่อบอกให้คุณได้รู้เกี่ยวกับย่านที่สนใจ เกี่ยวกับสถานที่ใหม่
    สรุปว่า AI มามีบทบาทแทบจะทุกพื้นที่ในอนาคตอันใกล้นี้